...เหลืออีกเทอมเดียวก็จะจบตรีแล้วสินะ  มันก็ถึงเวลาที่เราจะคิดถึงเรื่องเรียนต่อซัก

ที  เรากำลังอยู่ในช่วงของทางแยก  จะไปทางไหนดี  ระหว่างญี่ปุ่น  กับ  ไทย

 

=+= ญี่ปุ่น =+=

 

...ประเทศที่เราหลงรัก  จากการ์ตูนลายเส้นสวยงาม  (ไม่นับการ์ตูนใหม่ ๆ เดี๋ยวนี้

นะ) ไม่ แข็งทื่อมะลือเหมือนฝั่งตะวันตก  จนเมื่อได้ไปเหยียบดินแดนอาทิตย์อุทัย

ก็ยิ่งหลงรักมาก ยิ่งขึ้น  จำได้ว่ากลับมาก็เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นเลย  เรียนเป็นปี  แต่ก็

ต้องมาหยุดยาวเพราะ มีเหตุให้ไปเรียนซัมเมอร์ที่อื่นซะก่อน  พอกลับมาก็คอร์สไม่

ได้  บวกกับเวลาไม่ลงตัว  จาก เดิมที่มีความคิดว่าจะสอบทุนไปเรียนม.ปลายที่โน่น

ก็เป็นอันตกไป  เพราะความพร้อมทาง ภาษายังไม่เต็มที่  ถ้าไปก็เท่ากับไปตายดี ๆ

นี่เอง

 

...เราทิ้งฝันนี้ไปหลายปี  จนวันนึงตอนเรียนปี  3  มีเหตุให้จุดประกายฝันอีกครั้ง 

กะว่าจะสอบ ทุนไปเรียนป.ตรีที่โน่น  เพราะมีสาขาที่อยากเรียนโดยตรง  นั่นคือ 

มานุษยวิทยาวัฒนธรรม แต่เพราะอยู่ปี  3  แล้ว  พ่อเลยไม่ให้ไป  เพราะจะจบอยู่

รอมร่อ  จะไปเริ่มต้นใหม่ให้เสียเวลาทำไม ก็นั่นสินะ  เราเลยพับฝันเก็บใส่ลิ้นชัก

อีกรอบ

 

...จนเราได้รู้จักกับคน ๆ นึง  เค้ากำลังเรียนป.โทอยู่ที่โน่น  เรียกว่าเป็นแรงบันดาล

ใจเลยล่ะ อย่างน้อยถ้าได้ไปก็คงไม่โดดเดี่ยวล่ะนะ  ก็เลยกะว่า  เอาล่ะ  งัดฝันออก

มาจากลิ้นชักอีกรอบ มีสองทางให้เลือก  ไปเรียนคอร์สสั้น ๆ 3  เดือน  ค่าใช้จ่ายทั้ง

หมดคร่าว ๆ ราว  สองแสนกว่า ๆ ถ้ารวมค่าเครื่องบินด้วยก็คงสามแสนนั่นล่ะ  ได้

ความรู้แน่น  แต่ไม่มีโอกาสทำงานพิเศษแน่ ๆ กับอีกทางเรียนคอร์สระยะยาว

ประมาณปีครึ่ง  ค่าใช้จ่ายก็ล้านห้าแสนกว่า ๆ  หน้ามืดเลย  แต่ดี ตรงที่มีโอกาสทำ

งานพิเศษด้วย 

 

...ข้อดีของการได้ไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่น  ก็คือ  พอเรากลับมาโอกาสได้ทำงานก็มี

มากขึ้น  อาจจะ ได้ทำงานบริษัทญี่ปุ่น  มองเห็นโอกาสที่จะได้เงินเดือนดี ๆ มาก

ขึ้น  เราอยากช่วยพ่อผ่อนบ้านน่ะ แล้วเราก็อยากจะไล่ตะครุบฝันนี้ให้ได้ซักทีด้วย

 

 

=+= ไทย =+=

 

...เราเล็งเรียนป.โท  ที่ธรรมศาสตร์  สาขา  มานุษยวิทยา  ไว้  เราชอบนะสาขานี้ 

ถึงแม้ว่าหลาย คนจะมองไม่เห็นหนทางในการเอาไปประกอบอาชีพอะไรได้  แต่

สำหรับเรามันเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ จะหล่อหลอมแนวคิด  และมุมมองของเราได้  ทำ

ให้เรามองโลกกว้างขึ้น  และมองหลายมุมมากขึ้น ดังนั้น  ขอให้หางานได้เหอะ  ไม่

ว่างานอะไรก็ทำได้ทั้งนั้น 

 

...อีกสาขาที่อยากเรียนมาก ๆ ก็คือ  สตรีศึกษา  ตอนเราเรียน  เพศสภาพกับการ

พัฒนา  ทำให้เรารู้สีก ว่ามุมมองความเท่าเทียมกันระหว่างเพศทุกวันนี้เป็นเพียงภาพ

มายา  หลอกตัวเองทั้งสองเพศนั่นล่ะ เพราะอะไรน่ะเหรอ  ผู้ชาย  ปากก็บอกว่าเท่า

เทียม  แต่ลึก ๆ ก็อดสบประมาทผู้หญิงไม่ได้  ส่วนผู้หญิง ถึงจะยกตัวเองเท่า

ผู้ชาย  แต่ลึก ๆ ก็อยากให้ผู้ชายเทคแคร์เอาใจ  เพราะตัวเองเป็นเพศที่อ่อนแอกว่า

อยู่ดีนั่นล่ะ  เรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องจริงที่ยากที่จะยอมรับได้  เหมือนคนที่ชอบดูหนัง

โป๊  ชอบดูคลิปหลุด แต่ก็ด่าคนที่เล่นหนังโป๊  ด่าคนที่อยู่ในคลิปนั่นล่ะ  มือถือ

สาก  ปากถือศีลชัด ๆ

 

...เราได้แต่หวังว่าการที่เราเลือกเรียนป.โท  ในสาขาใด ๆ ก็ตาม  เราหวังที่จะได้

เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ สังคมนี้น่าอยู่ขึ้น  ยิ่งไปกว่านั้นเราหวังให้สังคมไทยให้

ความสำคัญกับสาขาวิชชาสังคมวิทยา  และสาขา มานุษยวิทยาให้มากขึ้นกว่าที่

เป็นอยู่  มันอาจไม่ใช่สาขาวิชาเงินล้าน  แต่มันเป็นสาขาวิชาที่ทำให้เรารู้จัก สังคม

ที่เราอยู่  รู้จักเพื่อนร่วมสังคม  และมองเรื่องราวตรงหน้าอย่างปราศจากอคติ

 

 

...ถึงตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง  จะเลือกไปเรียนที่ไหนดี  แต่เราหวังว่า

เราจะไล่ตะครุบฝันเรา ได้สำเร็จนะ  เพราะถ้าเราได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่นกลับมาเราก็ได้

เรียนป.โทอยู่ดีนั่นล่ะ  และเราอาจจะได้เรียนไป ด้วยทำงานไปด้วยก็ได้  ไม่รู้ว่าเรา

จะไล่ตามฝันทันมั้ย  ภาวนาให้ทันก็แล้วกันนะ

edit @ 25 Aug 2009 17:58:32 by ดิจิคาะเมะเกิร์ล

How to Lose 30 kg. in 3 months (1)

posted on 23 Aug 2009 19:34 by digikamegirl  in Dietary

...ถ้าถามว่าเมื่อก่อนเราอ้วนไหม  ตอบได้เลยว่าเป็นผู้หญิงที่อ้วนมาก  เหมือนตู้เย็นใหญ่ ๆ

เคลื่อนที่ได้ก็ไม่ปาน

 

...แล้วตอนนี้ล่ะ  ก็ยังอ้วนอยู่นะ  แต่ก็ถือว่าดีกว่าเดิมมาก  ทำอะไรก็สะดวก  สุขภาพก็ดีขึ้น

มีแรงอยากทำโน่นทำนี่เสมอ

 

...เราทำได้ไงน่ะเหรอ  ต้องบอกก่อนว่าวิธีของเรา  เป็นวิธีสุดท้ายจริง ๆ ที่ควรทำ  ทั้งค่าใช้จ่าย

สูง  อันตราย  ขั้นตอนเยอะ  เสียเวลาโดยใช่เหตุ  แต่ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่ากับการลงทุน  และคงอยู่

ค่อนข้างถาวรด้วย  แม้ว่ามันจะต้องแลกกับอะไรหลาย ๆ อย่างก็ตาม

 

...วิธีที่เราจะพูดถึงก็คือการผ่าตัดเย็บกระเพาะ  (Gastrict  Bypass)  เป็นการเย็บกระเพาะให้มีขนาด

เล็กลงเหลือเพียง  1  ใน  3  และตัดลำไส้เล็กมาต่อกับกระเพาะส่วนที่เรายังใช้งานมันอยู่  ฟังดูมัน

ช่างเป็นเรื่องใหญ่เสียนี่กระไร  สำหรับคนทั่วไปคงใช่  แต่สำหรับเราไม่ได้น่ากลัวอะไรเท่าไหร่หรอก

ก่อนจะพูดถึงขั้นตอนในการทำ  เรามาดูเหตุผลที่เราต้องทำกันก่อนดีกว่า

 

...เหตุผลแรกคือเราอ้วนมาก  อ้วนแบบวิกฤตเลยล่ะ  น้ำหนัก  102  ทั้งที่สูงแค่  146  คิดดูสิว่ามันจะ

อ้วน  เตี้ย  ตัน  ขนาดไหน

 

...ประการต่อมา  เมื่ออ้วนมาก  แต่สูงน้อยไปสักหน่อย  (เหรอ???)  ค่าดัชนีมวลกาย  หรือ  BMI  ก็ต้อง

สูงมากกว่าปกติเป็นธรรมดา  ของเราก่อนผ่ารู้สึกจะอยู่ที่  48  ได้  ทั้ง ๆ ที่คนปกติไม่เกิน  20 ต้น ๆ นี่ล่ะ

 

...อีกเหตุผลหลักเลยก็คือ  เมื่ออ้วนมาก  BMI  ล้นทะลัก  โรคต่าง ๆ ก็ย่อมรุมเร้า  เราเนี่ยแทบจะเหมา

แพคเกจโรคที่เกิดจากผลพวงจากความอ้วนเลยนะ  ทั้งความดันสูง  ไขมันในเลือดสูง  ไตรกลรีเซอไรด์

สูง  คลอเรสเตอรอลสูง  น้ำตาลในเลือดสูง  เฉียด ๆ จะเป็นเบาหวานอยู่รอมร่อ  ขาดแต่โรคหัวใจกับ

เส้นเลือดอุดตันนี่ล่ะมั้ง  ที่ยังกรุณาไม่เป็น

 

...เมื่อสะสมเหตุปัจจัยได้  3  ประการแล้ว  คุณหมอที่ดูแลเรื่องโรคต่าง ๆ ของเราก็มีอันลงความเห็นว่าเรา

ควรไปพบศัลยแพทย์  เพื่อพูดคุยเรื่องการผ่าตัดเย็บกระเพาะ  ซึ่งนี่ละถือเป็นปฐมบทแห่งการลดความอ้วน

ของเราในตอนนี้....

 

edit @ 23 Aug 2009 20:01:54 by ดิจิคาะเมะเกิร์ล

เริ่มเขียนบล็อกอีกแล้ว

posted on 23 Aug 2009 15:14 by digikamegirl  in Diary

...นานแล้วนะ  ที่ไม่ได้เขียนบล็อก  ทำให้พลาดการบันทึกเรื่องราวสำคัญ ๆ ในชีวิตไปมากเลย

คิดแล้วก็เสียดาย  แต่ใครจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ล่ะเนอะ  ก็ได้แต่ทำวันนี้ให้ดีที่สุดละกัน

 

...จริง ๆ ก็มีอีกหลายอย่างในชีวิตที่รู้สึกว่าเราพลาดไปถนัดใจ  ทั้งเรื่องเรียน  เรื่องความรัก  เรื่อง

 ความสัมพันธ์กับผู้คน  เคยคิดว่าอยู่คนเดียวก็ได้สบายดี  แต่มันไม่เป็นอย่างนั้นตลอดเวลาน่ะสิ

เวลาที่เจ้าตัวเหงามาเยือนทีไร  มันทำเอาชีวิตวุ่นวายทุกที  จนบางครั้งก็ไม่อยากอยู่คนเดียวเลย

 

...ช่วงนี้เราคงต้องคิดถึงเรื่องเรียนต่อแล้วล่ะนะ  คงจะต้องปรับตัวขนานใหญ่  เพราะยังไงก็คงต้อง

เปลี่ยนสถาบันล่ะ  เพราะเกษตรที่รักดันไม่มีสาขาที่เราอยากเรียนอย่างจริงจัง  ถึงแม้จะมีสาขานึงที่

เล็ง ๆ ไว้อยู่เหมือนกัน  (แต่อีกที่มีสาขาที่ตรงใจเรากว่านี่นะ) แต่อีกใจก็อยากจะเลือกเรียนการทำอาหาร

โดยตรงล่ะนะ  เป็นอะไรที่ตัดสินใจได้ยากจริง ๆ แถมยังมีอีกฝันคือการได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่นอีก  ไม่รู้เรา

ต้องสละฝันไหนทิ้งไปกันแน่  อยากจับปลาหลาย ๆ มือจัง  แต่กลัวว่าสุดท้ายเราจะไม่เหลืออะไรเลย

 

...อือม  ช่างเป็นการเขียนบล็อกที่เรื่อยเปื่อยจริง ๆ

edit @ 23 Aug 2009 15:28:53 by ดิจิคาะเมะเกิร์ล

ดิจิคาะเมะเกิร์ล View my profile

your code here

your code here

your code here

your code here

Favourites